หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน พระเอกในซีรี่ย์ส่วนใหญ่มักถูกออกแบบให้เป็น “คนสมบูรณ์แบบ” ไม่ว่าจะหล่อ รวย เก่ง ฉลาด หรือแทบไม่มีข้อเสียอะไรเลย แต่ในช่วงหลังจะเห็นได้ชัดว่า คนดูจำนวนมากเริ่มรู้สึกห่างกับตัวละครแบบนี้มากขึ้น
ซีรี่ย์ยุคใหม่กลับเริ่มประสบความสำเร็จกับตัวละครที่มีปัญหา มีบาดแผลในชีวิต ตัดสินใจผิดพลาด หรือบางครั้งก็ไม่ได้เป็นคนดีเต็มร้อยเหมือนพระเอกสูตรสำเร็จในอดีต
สิ่งที่น่าสนใจคือ กระแสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเกาหลี แต่เริ่มเห็นทั้งในซีรี่ย์จีน ญี่ปุ่น รวมถึงซีรี่ย์ฝั่งตะวันตกเองก็เริ่มเปลี่ยนทิศทางคล้ายกัน
หากคุณชอบบทวิเคราะห์เกี่ยวกับวงการซีรี่ย์ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
หมวดวิเคราะห์ซีรี่ย์ ซึ่งรวมบทความเกี่ยวกับพฤติกรรมคนดู เทรนด์วงการบันเทิง และกระแสซีรี่ย์ที่กำลังเปลี่ยนไปในยุคนี้
คนดูยุคใหม่เริ่มอินกับตัวละครที่ดู “เป็นมนุษย์จริง” มากกว่าเดิม
ความสมบูรณ์แบบเริ่มดูไกลตัวเกินไป
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ โลกความจริงทุกวันนี้เต็มไปด้วยความกดดัน คนดูจำนวนมากจึงเริ่มเชื่อมโยงตัวเองกับตัวละครที่มีปัญหาชีวิตมากกว่าตัวละครที่ดูสมบูรณ์แบบเกินจริง
พระเอกที่เคยเป็นสูตรสำเร็จแบบ “เก่งทุกอย่าง” อาจยังขายได้ในบางตลาด แต่สำหรับคนดูยุคใหม่ หลายคนเริ่มรู้สึกว่าตัวละครแบบนี้ดูห่างไกลจากชีวิตจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตรงกันข้าม ตัวละครที่เคยล้มเหลว เคยผิดพลาด หรือมีด้านอ่อนแอ กลับทำให้คนดูรู้สึกเชื่อมโยงได้ง่ายกว่า
ซีรี่ย์ยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับ “บาดแผลของตัวละคร”
ช่วงหลังจะเห็นว่าหลายซีรี่ย์ไม่ได้เน้นแค่ความเก่งของตัวละครอีกต่อไป แต่เริ่มสนใจว่า ตัวละครผ่านอะไรมาบ้าง มีปมอะไรในชีวิต และสิ่งเหล่านั้นส่งผลต่อการตัดสินใจอย่างไร
นี่คือเหตุผลที่ซีรี่ย์หลายเรื่องเริ่มมีตัวละครที่ดูเงียบ เก็บตัว มีปัญหาครอบครัว หรือมีด้านมืดในจิตใจมากขึ้น เพราะคนดูรู้สึกว่าตัวละครแบบนี้ “มีชีวิตจริง” มากกว่า
หลายครั้งคนดูไม่ได้ต้องการตัวละครที่สมบูรณ์แบบ แต่ต้องการเห็นตัวละครที่พยายามอยู่กับความไม่สมบูรณ์ของตัวเองมากกว่า
คนดูเริ่มชอบตัวละครที่ “เติบโต” ระหว่างเรื่อง
อีกจุดที่ต่างจากซีรี่ย์ยุคเก่าคือ ตัวละครสมัยก่อนมักเริ่มเรื่องมาเก่งอยู่แล้ว แต่ซีรี่ย์ยุคใหม่กลับทำให้คนดูอินกับตัวละครที่ค่อย ๆ เติบโต เปลี่ยนแปลง และเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง
การได้เห็นตัวละครค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นจากจุดที่เคยอ่อนแอ กลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนดูผูกพันกับเรื่องมากกว่าเดิม
นี่คือเหตุผลว่าทำไมซีรี่ย์ดราม่าหลายเรื่องถึงสร้างฐานแฟนเหนียวแน่นได้ แม้ไม่ได้มีฉากแอ็กชันหรือโปรดักชันอลังการมากนัก
โซเชียลมีเดียเปลี่ยนวิธีที่คนดูมองตัวละคร
อีกปัจจัยที่สำคัญมากคือ โลกโซเชียลทำให้คนดูวิเคราะห์ตัวละครลึกขึ้นกว่าเดิม ทุกวันนี้คนดูไม่ได้แค่ดูซีรี่ย์แล้วจบ แต่ยังไปถกกันต่อใน TikTok, Facebook หรือ X ว่าตัวละครคิดอะไร ทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น หรือใครคือคนที่สมจริงที่สุดในเรื่อง
นี่ทำให้ตัวละครที่มีมิติ มีข้อเสีย และมีพื้นที่ให้ตีความ กลายเป็นตัวละครที่ถูกพูดถึงมากกว่าพระเอกสูตรสำเร็จแบบเดิม
หลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จในช่วงหลัง จึงไม่ได้มีตัวละครที่ “ดีพร้อม” แต่มีตัวละครที่คนดูรู้สึกว่าเข้าใจได้มากกว่า
ซีรี่ย์กำลังเปลี่ยนจาก “ความฝัน” ไปสู่ “ความจริง” มากขึ้น
ในอดีต ซีรี่ย์จำนวนมากถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนดูรู้สึกฝัน อยากเป็นเหมือนตัวละคร หรืออยากมีชีวิตแบบนั้น แต่ปัจจุบันหลายเรื่องเริ่มหันมาสะท้อนความจริงของชีวิตมากขึ้น
ทั้งความเครียด การแข่งขัน ความสัมพันธ์ที่ไม่สมบูรณ์ หรือความกดดันในสังคม ล้วนกลายเป็นสิ่งที่ถูกหยิบมาใส่ในตัวละครมากกว่าเดิม
นี่จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงของบทซีรี่ย์ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของคนดูทั้งรุ่นด้วยเช่นกัน
อนาคตของตัวละครในซีรี่ย์อาจยิ่งซับซ้อนกว่าเดิม
จากแนวโน้มปัจจุบัน มีโอกาสสูงที่ตัวละครในซีรี่ย์ยุคต่อไปจะยิ่งมีความเทา ซับซ้อน และตีความได้หลายด้านมากขึ้น
เพราะคนดูยุคนี้ไม่ได้มองหาตัวละครที่ “สมบูรณ์แบบ” อีกแล้ว แต่กำลังมองหาตัวละครที่รู้สึกจริง เข้าใจได้ และสะท้อนบางอย่างในชีวิตตัวเองมากกว่า
ดังนั้นในอนาคต ซีรี่ย์ที่สามารถสร้างตัวละครให้คนดูรู้สึกเชื่อมโยงได้จริง อาจกลายเป็นซีรี่ย์ที่ได้เปรียบในตลาดมากกว่าซีรี่ย์สูตรสำเร็จแบบเดิม
หากสนใจบทวิเคราะห์เกี่ยวกับพฤติกรรมคนดูและกระแสวงการบันเทิง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
15 นาทีแจ้งเกิด เส้นทางความฝันบนโลกออนไลน์ที่ไม่มีใครการันตีความสำเร็จ ซึ่งพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของผู้ชมยุคดิจิทัลเช่นกัน