Once and Forever: The Sun Rises EP.1-25
ไม่ใช่ทุกซีรี่ย์ที่จะต้องมีดราม่าหนักหรือปมซับซ้อนถึงจะทำให้คนรู้สึกผูกพัน เพราะบางครั้ง “ชีวิตธรรมดา” ก็มีพลังมากพอจะทำให้เราคิดถึงตัวเองได้ และ Once and Forever: The Sun Rises คือหนึ่งในเรื่องที่ใช้ความเรียบง่ายเล่าอารมณ์ได้อย่างลึกและนุ่มนวล
เรื่องราวเกิดขึ้นในชุมชนเก่าแห่งหนึ่งในปักกิ่งช่วงปลายยุค 90 ที่เด็กวัยรุ่นและครอบครัวต่างใช้ชีวิตไปพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย
ช่วงเวลาธรรมดาที่กลายเป็นความทรงจำทั้งชีวิต
เซี่ยเฉียว ฉินชวน และกลุ่มเพื่อนในลานบ้านเดียวกัน เติบโตไปพร้อมกันตั้งแต่วัยเรียนจนเริ่มเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่ ระหว่างปี 1997 ถึง 2001 ทุกคนต้องเจอทั้งความฝัน ความผิดหวัง และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้
สิ่งเล็ก ๆ อย่างการกินข้าวด้วยกัน การเล่นในลานบ้าน หรือการคุยเรื่องอนาคต กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมากที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป
เสน่ห์ของเรื่องคือความเรียบง่ายที่จริงใจ
ซีรี่ย์ไม่ได้เร่งดราม่า หรือสร้างเหตุการณ์ใหญ่โต แต่เลือกให้คนดูค่อย ๆ อยู่กับตัวละคร และเห็นการเติบโตของพวกเขาแบบทีละน้อย
- บรรยากาศยุค 90 ถ่ายทอดได้สมจริง
- มิตรภาพและครอบครัวดูเป็นธรรมชาติ
- จังหวะเล่าเรื่องช้าแต่ลึก
- ตัวละครมีชีวิตและมีข้อผิดพลาด
- ให้ความรู้สึกคิดถึงอดีตตลอดเรื่อง
สิ่งที่ซีรี่ย์ทำได้ดีคือการทำให้ “ความธรรมดา” กลายเป็นสิ่งที่มีน้ำหนักทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาเล็ก ๆ หรือเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ล้วนมีผลต่อความทรงจำของตัวละครในระยะยาว
ถ้าชอบซีรี่ย์แนวอบอุ่นที่เล่าเรื่องการเติบโตและความสัมพันธ์ในชีวิต สามารถดูเพิ่มเติมได้ในหมวด ซีรี่ย์แนะนำ ที่รวมเรื่องฟีลกู๊ดและดราม่าเบา ๆ ไว้หลายแนว
เพราะชีวิตไม่ได้มีแค่เหตุการณ์ใหญ่
ซีรี่ย์ทำให้เห็นว่าความสำคัญของชีวิตไม่ได้อยู่ที่เหตุการณ์ใหญ่โต แต่คือช่วงเวลาธรรมดาที่เราใช้ร่วมกับคนรอบตัว ความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เติบโต และความผูกพันที่ไม่ต้องอธิบายมากมาย
ตัวละครทุกคนต่างมีเส้นทางของตัวเอง บางคนอยากหนีออกจากบ้าน บางคนอยากรักษาความสัมพันธ์ไว้ให้เหมือนเดิม แต่ทุกคนล้วนกำลังเติบโตไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของโลก
ถ้าชอบซีรี่ย์ฟีลอบอุ่นที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและช่วงชีวิต ลองต่อด้วย Our Days ที่ให้บรรยากาศคล้ายกันในมุมที่โตขึ้นอีกระดับ
Once and Forever: The Sun Rises อาจไม่ใช่ซีรี่ย์ที่มีพล็อตหวือหวา แต่เป็นเรื่องที่ค่อย ๆ สะสมความรู้สึกจนกลายเป็นความคิดถึงในตอนจบ เหมือนภาพของวัยหนึ่งในชีวิตที่ไม่มีวันย้อนกลับมาได้อีก
























