LightKeeper of Jigu Temple EP.1-24
ฮีโร่ในบางเรื่องอาจเริ่มจากคนเก่งหรือผู้มีอำนาจ แต่ LightKeeper of Jigu Temple กลับเลือกให้ชายชราขี้เมาที่ดูเหมือนไม่เหลืออะไรในชีวิต กลายเป็นคนที่คอยพยุงผู้คนเอาไว้ในยุคที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยความโกลาหลและความสิ้นหวัง
ชายแก่ไร้จุดหมายที่ค่อยๆ กลายเป็นความหวังของผู้คน
ท่ามกลางยุคขุนศึกอันโหดร้าย “คนขี้เมาเฒ่า” แพทย์ชราผู้ใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอย เดินทางกลับมายังบ้านเกิดและอาศัยอยู่ในวัดกระดูกพักพิง สถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนซึ่งถูกทอดทิ้งจากสังคมและสงคราม
แม้ภายนอกเขาจะดูเหมือนชายแก่ติดเหล้า แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับพิธีบูชายัญเทพแห่งภูเขา เขากลับกลายเป็นคนแรกที่กล้ายืนขึ้นต่อต้านความอยุติธรรมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเชื่ออันบิดเบี้ยวเหล่านั้น
จากจุดนั้น ชีวิตของผู้คนหลายคนก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นรู่หลิง หญิงม่ายที่ถูกกดขี่ ตงเซิง เด็กหนุ่มที่หลงทาง หรือชิวอิง ที่เกือบถูกส่งไปเป็นเครื่องสังเวยของลัทธิประหลาด
เรื่องไม่ได้พยายามสร้างพระเอกให้ดูเหนือมนุษย์
ซีรี่ย์ไม่ได้ทำให้ตัวเอกเป็นยอดฝีมือไร้เทียมทาน คนขี้เมาเฒ่าไม่มีพลังพิเศษและไม่ได้ชนะทุกอย่างง่ายๆ สิ่งที่เขามีคือประสบการณ์ ความเข้าใจผู้คน และความกล้าที่จะยืนอยู่ข้างคนอ่อนแอในวันที่ไม่มีใครอยากเสี่ยง
สิ่งที่ทำให้เรื่องดูต่างจากซีรี่ย์ย้อนยุคทั่วไป คือมันให้น้ำหนักกับ “การช่วยเหลือผู้คน” มากกว่าการต่อสู้เพื่อชื่อเสียงหรืออำนาจ ทำให้หลายช่วงของเรื่องเต็มไปด้วยอารมณ์ดราม่าและความเป็นมนุษย์มากกว่าความสะใจแบบฮีโร่ชนะทุกอย่าง
ถ้าใครกำลังมองหา ซีรี่ย์จาก WeTV ที่มีทั้งบรรยากาศยุคสงคราม ปมลัทธิ และเรื่องราวของผู้คนตัวเล็กๆ ที่พยายามเอาชีวิตรอด เรื่องนี้ถือว่าให้อารมณ์เข้มข้นและหม่นกว่าซีรี่ย์กำลังภายในสูตรทั่วไปพอสมควร
คดีและเหตุการณ์ต่างๆ ถูกใช้สะท้อนสังคมยุคขุนศึก
ไม่ว่าจะเป็นคดีค้าอาวุธ การจับคนบริสุทธิ์เป็นเครื่องสังเวย หรือเครือข่ายลัทธิที่ใช้ความกลัวควบคุมผู้คน ทุกอย่างในเรื่องสะท้อนสังคมที่ผู้มีอำนาจพร้อมทำทุกอย่างเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ยิ่งคนขี้เมาเฒ่าเข้าไปช่วยเหลือผู้คนมากเท่าไร เขาก็ยิ่งกลายเป็นภัยต่อกลุ่มอิทธิพลเหล่านั้น และทำให้เรื่องค่อยๆ ขยับจากดราม่าชีวิตไปสู่การเผชิญหน้าที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เสน่ห์ของเรื่องอยู่ที่ความอบอุ่นเล็กๆ ท่ามกลางโลกที่โหดร้าย
แม้บรรยากาศโดยรวมจะเต็มไปด้วยความรุนแรงและความสิ้นหวัง แต่ซีรี่ย์ยังพยายามสอดแทรกความอบอุ่นผ่านความสัมพันธ์ของผู้คนที่ค่อยๆ ดูแลกันในวันที่ชีวิตแทบไม่เหลืออะไรให้ยึดเกาะ
LightKeeper of Jigu Temple ไม่ได้พูดถึงการเปลี่ยนโลกแบบยิ่งใหญ่ แต่กำลังเล่าถึงคนคนหนึ่งที่ยังเลือกช่วยคนอื่น แม้ตัวเองจะไม่มีอะไรเหลือมากนักก็ตาม
และถ้าชอบเรื่องราวการเดินทางที่เต็มไปด้วยปริศนา ผู้คนหลากหลาย และโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย ลอง อีกเรื่องที่พาผู้ชมเข้าไปสู่การค้นหาความจริงและความลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ท่ามกลางสถานการณ์กดดัน
LightKeeper of Jigu Temple เป็นซีรี่ย์ที่ค่อยๆ ทำให้เห็นว่า บางครั้งความหวังอาจไม่ได้มาจากคนยิ่งใหญ่ แต่เกิดจากคนธรรมดาที่เลือกไม่เมินเฉยต่อความทุกข์ของคนอื่นมากกว่า






















