ทนายผู้ชักใยความยุติธรรม (Black Trick) EP.1-11
ทนายผู้ชักใยความยุติธรรม (Black Trick) เปิดสนามกฎหมายด้วยการเผชิญหน้าของทนายความสองคนที่มีความสามารถไม่แพ้กัน แต่กลับเชื่อในวิธีค้นหาความจริงคนละขั้ว ฝ่ายหนึ่งพร้อมใช้คำโกหกและเล่ห์เหลี่ยมเพื่อเจาะผ่านสิ่งที่ถูกซ่อนเอาไว้ ขณะที่อีกฝ่ายยึดมั่นในหลักการและเชื่อว่าความยุติธรรมไม่ควรถูกสร้างขึ้นจากการหลอกลวง
อุราวาชิ นาโอโตะ (GACKT) คือทนายความฝีมือดีที่ทั้งเฉียบคมและคาดเดาได้ยาก เขาไม่ยอมให้กฎเกณฑ์หรือภาพลักษณ์ทางสังคมมาจำกัดวิธีทำงาน หากการโกหกสามารถบีบให้คู่ต่อสู้เผยพิรุธ หรือทำให้ความจริงที่ถูกปิดบังปรากฏขึ้น เขาก็พร้อมใช้มันเป็นอาวุธโดยไม่ลังเล
ทนายผู้ชักใยความยุติธรรม เมื่อคำโกหกกลายเป็นอาวุธค้นหาความจริง
วิธีการของนาโอโตะทำให้เขาแตกต่างจากทนายทั่วไป เพราะเป้าหมายของเขาไม่ได้อยู่ที่การทำทุกอย่างให้ดูถูกต้องตามแบบแผน แต่คือการค้นให้พบว่าเบื้องหลังคำให้การ หลักฐาน และเรื่องราวที่แต่ละฝ่ายนำเสนอ มีความจริงอะไรซ่อนอยู่ เขาจึงพร้อมสร้างเกมกดดัน หลอกล่อ และพลิกสถานการณ์เพื่อทำให้คนที่กำลังปิดบังบางอย่างเผยไพ่ในมือออกมาเอง
แต่แนวทางเช่นนี้ย่อมสร้างคำถามว่า หากต้องการปกป้องความจริง เราสามารถใช้คำโกหกเป็นเครื่องมือได้มากเพียงใด และเส้นแบ่งระหว่างทนายที่ต้องการเปิดโปงความจริงกับคนที่กำลังบิดเบือนมันอยู่ตรงไหน ประเด็นนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แต่ละคดีไม่ได้มีเพียงการหาว่าใครผิดหรือถูก แต่ยังท้าทายความหมายของคำว่า “ยุติธรรม” ไปพร้อมกัน
อาโซ ยูคาริ ทนายสาวที่ไม่ยอมให้ความจริงถูกสร้างจากคำลวง
คนที่ต้องเข้ามาปะทะกับวิธีคิดของนาโอโตะคือ อาโซ ยูคาริ (ชิดะ มิไร) ทนายความสาวจากบริษัทกฎหมายยักษ์ใหญ่ ผู้ให้ความสำคัญกับความถูกต้องและเกลียดการโกหกอย่างที่สุด สำหรับยูคาริ การทำหน้าที่ทนายไม่ได้หมายถึงการชนะคดีด้วยทุกวิถีทาง แต่ต้องรักษาหลักการที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมยังน่าเชื่อถือ
เมื่อต้องเผชิญกับนาโอโตะ ผู้พร้อมเดินออกนอกกรอบเพื่อไปให้ถึงคำตอบ ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นแทบทุกครั้งที่ทั้งคู่ต้องเกี่ยวข้องกัน ยูคาริมองว่าวิธีของเขาอันตรายเกินไป ขณะที่นาโอโตะกลับมองว่าการยึดติดกับกฎโดยไม่ตั้งคำถามอาจทำให้ความจริงถูกฝังอยู่ใต้หลักฐานที่ถูกจัดฉากอย่างแนบเนียน
สองอุดมการณ์ในสนามกฎหมายที่ไม่มีฝ่ายไหนยอมถอย
ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่เพียงการติดตามผลของแต่ละคดี แต่คือการดูว่าทนายสองคนจะอ่านเกมและตอบโต้กันอย่างไร คนหนึ่งใช้เล่ห์เหลี่ยมเป็นเครื่องมือ อีกคนใช้หลักการเป็นเกราะป้องกัน และเมื่อคดีซับซ้อนขึ้น สิ่งที่เคยดูชัดเจนว่าเป็นความจริงหรือคำโกหกก็เริ่มแยกออกจากกันได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
บางครั้งคำให้การที่ดูน่าเชื่อถืออาจมีบางสิ่งถูกปิดบัง ขณะที่คำโกหกหนึ่งประโยคอาจถูกใช้เพื่อปกป้องใครบางคน ทำให้ทั้งนาโอโตะและยูคาริต้องเผชิญสถานการณ์ที่ไม่สามารถตัดสินทุกอย่างด้วยหลักคิดเดิมของตัวเองได้ง่าย ๆ
สำหรับคนที่ชอบเรื่องราวการต่อสู้ด้วยหลักฐาน คำพูด และการอ่านเกมของคู่ต่อสู้ สามารถตามดู ซีรี่ย์ญี่ปุ่นที่มีทั้งแนวกฎหมาย สืบสวน ดราม่า และคดีซับซ้อนให้ติดตาม เพิ่มเติมได้
ยิ่งทั้งคู่ได้เผชิญคดีร่วมกันมากขึ้น ความแตกต่างทางความคิดก็ยิ่งกลายเป็นแรงผลักให้อีกฝ่ายมองเห็นสิ่งที่ตัวเองเคยมองข้าม ยูคาริต้องยอมรับว่าความถูกต้องตามขั้นตอนไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่ความจริงเสมอ ขณะที่นาโอโตะเองก็ต้องเผชิญผลกระทบของการใช้คำโกหก เมื่อเกมที่สร้างขึ้นสามารถย้อนกลับมาทำลายความน่าเชื่อถือของเขาได้ทุกเมื่อ
จุดเด่นของเรื่องจึงอยู่ที่การนำความขัดแย้งทางอุดมการณ์มาสร้างแรงปะทะระหว่างตัวละคร แทนที่จะมีทนายฝ่ายหนึ่งเป็นตัวแทนของความถูกต้องอย่างสมบูรณ์ ผู้ชมจะได้ตั้งคำถามไปพร้อมกับพวกเขาว่า ในโลกที่ความจริงสามารถถูกแต่งเติม ปิดบัง หรือเลือกนำเสนอเพียงบางส่วน วิธีใดกันแน่ที่จะพาไปถึงความยุติธรรมได้จริง
หากชอบตัวละครทนายที่ไม่ได้เดินตามภาพจำของผู้พิทักษ์กฎหมายแบบตรงไปตรงมา Sins of Kujo คุโจ ยอดทนายบาป ก็พาไปสำรวจอีกด้านของโลกกฎหมาย ผ่านทนายที่ต้องทำงานอยู่ท่ามกลางเส้นแบ่งอันคลุมเครือระหว่างกฎหมาย ศีลธรรม และผลประโยชน์
ทนายผู้ชักใยความยุติธรรม (Black Trick) จึงเป็นการประชันกันระหว่างอุราวาชิ นาโอโตะ ผู้เชื่อว่าบางครั้งต้องใช้คำโกหกเพื่อกระชากหน้ากากของความจริง กับอาโซ ยูคาริ ทนายสาวที่ยืนยันว่าความยุติธรรมต้องไม่ถูกสร้างขึ้นบนการหลอกลวง เมื่อสองแนวคิดตรงข้ามต้องเข้าสู่สนามเดียวกัน ทุกคดีจึงไม่ได้เดิมพันเพียงคำตัดสิน แต่ยังท้าทายว่าความจริงและความยุติธรรมจำเป็นต้องเดินอยู่บนเส้นทางเดียวกันเสมอหรือไม่


















