พิสูจน์รักนายนักวิทย์ (The Science of Falling in Love) EP.1-24
ในมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยสมการ งานวิจัย และห้องทดลอง ความรักอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องไร้เหตุผล แต่สำหรับ พิสูจน์รักนายนักวิทย์ (The Science of Falling in Love) กลับเลือกตั้งคำถามว่า ถ้าความรู้สึกของมนุษย์สามารถวัดค่าและทดลองได้จริง ความรักจะยังเป็นเรื่องของหัวใจอยู่หรือเปล่า
จากคำสารภาพรักธรรมดา สู่การทดลองสุดเพี้ยนในห้องแล็บ
สาววิศวะที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อน
ซูเฉิงเฉิงใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตงหนาน สถานที่ที่เต็มไปด้วยนักศึกษาชายสายวิศวกรรม แม้จะเรียนในสาขาที่คนรอบตัวดูเก่งและจริงจังกันหมด แต่เรื่องความรักของเธอกลับแทบเป็นศูนย์
จนวันหนึ่ง เธอตัดสินใจรวบรวมความกล้าไปสารภาพรักกับเสี้ยวยวี่เหอ รุ่นพี่ระดับอัจฉริยะที่ถูกขนานนามว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งการวิจัย” แต่แทนที่จะได้รับคำตอบแบบโรแมนติก เธอกลับถูกพาเข้าไปในห้องทดลองสมองและสติปัญญา เพื่อพิสูจน์ว่า “ความชอบ” ของเธอสามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์หรือไม่
ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากการทดลองมากกว่าความหวาน
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากซีรี่ย์มหาวิทยาลัยทั่วไป คือการเอาวิทยาศาสตร์สมอง จิตวิทยา และแนวคิดเชิงวิจัยมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ ตัวละครไม่ได้จีบกันตรง ๆ แต่ใช้ทั้งการสังเกต วิเคราะห์ และทดสอบอารมณ์ของอีกฝ่ายเหมือนกำลังทำโปรเจกต์วิจัยจริง ๆ
ขณะเดียวกัน เสี้ยวยวี่เหอก็ไม่ใช่พระเอกสายอบอุ่นแบบมาตรฐาน เขาเป็นคนฉลาด เย็นชา และมองทุกอย่างด้วยเหตุผล จนหลายครั้งซูเฉิงเฉิงต้องคอยรับมือกับ “การทดลองทางอารมณ์” ที่เกินกว่าคำว่าการจีบธรรมดา
สำหรับคนที่กำลังหา ซีรี่ย์ออนไลน์จาก WeTV ที่มีทั้งโรแมนติก คอมเมดี้ และบรรยากาศวัยมหาวิทยาลัย เรื่องนี้ถือว่ามีมุกและจังหวะดูเพลินค่อนข้างเยอะ
จุดที่ทำให้เรื่องนี้ดูสดใหม่กว่าซีรี่ย์รักมหาลัยทั่วไป
แทนที่จะใช้สูตรพระเอกเย็นชากับนางเอกสดใสแบบเดิม ๆ ตัวเรื่องกลับเติมกลิ่นอายสายวิทย์เข้าไปแทบทุกสถานการณ์ ตั้งแต่การวิเคราะห์สมอง ไปจนถึงการอธิบายปฏิกิริยาทางอารมณ์ด้วยทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์
- พล็อตรักวัยมหาวิทยาลัยผสมการทดลองทางวิทยาศาสตร์
- พระเอกสายอัจฉริยะที่คิดทุกอย่างเป็นตรรกะ
- มีทั้งมุกคอมเมดี้และโมเมนต์โรแมนติก
- บรรยากาศห้องแล็บและชีวิตนักศึกษาดูมีสีสัน
เมื่อคนที่เชื่อในเหตุผล เริ่มอธิบายหัวใจตัวเองไม่ได้
ยิ่งเวลาผ่านไป การทดลองที่เริ่มต้นแบบสนุก ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความรู้สึกจริง ตัวละครทั้งสองคนค่อย ๆ เรียนรู้ว่า แม้วิทยาศาสตร์จะอธิบายปฏิกิริยาของร่างกายได้ แต่บางครั้งความรู้สึกของมนุษย์ก็ไม่ได้มีคำตอบชัดเจนเสมอไป
เสน่ห์ของ The Science of Falling in Love จึงอยู่ที่การเอาความ “เนิร์ด” มาผสมกับความโรแมนติกได้แบบดูไม่ฝืน หลายฉากเต็มไปด้วยบทสนทนาสายวิชาการ แต่กลับให้ความรู้สึกน่ารักและเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะเมื่อรับชมในเวอร์ชันซับไทยก็ช่วยให้เห็นเสน่ห์ของมุกและรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ได้ชัดขึ้น
คนที่ชอบบรรยากาศความรักในโลกของคนดังและเส้นทางความฝันของวัยรุ่น อาจจะต่อเนื่องไปกับ เรื่องราวการเติบโตและความสัมพันธ์ท่ามกลางวงการบันเทิงใน The Brightest Star In The Sky ที่ให้พลังวัยรุ่นและโมเมนต์โรแมนติกอีกแบบหนึ่ง
ด้วยการผสมทั้งวิทยาศาสตร์ ความรัก และความป่วนของชีวิตมหาวิทยาลัย พิสูจน์รักนายนักวิทย์ จึงเป็นซีรี่ย์ที่ดูสนุก เบาสมอง และมีเสน่ห์ตรงความแปลกใหม่ของการเอาหัวใจมาอยู่ในห้องทดลอง




























